---
title: เริ่มต้นใช้งาน Echobell - คู่มือตั้งค่าฉบับสมบูรณ์
sidebarTitle: เริ่มต้นใช้งาน
description: "ตั้งค่า Echobell ได้ในไม่กี่นาที: สร้างช่องแจ้งเตือน เชื่อมทริกเกอร์ webhook หรืออีเมล แล้วรับการแจ้งเตือนแบบพุชหรือสายโทรเข้าบนมือถือทันที"
---

# เริ่มต้นใช้งาน Echobell

ยินดีต้อนรับสู่ Echobell แอปแจ้งเตือนทันทีที่ช่วยให้คุณไม่พลาดเรื่องสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพัฒนาที่ต้องการการแจ้งเตือนผ่าน webhook สำหรับไปป์ไลน์ CI/CD ผู้ดูแลระบบที่คอยมอนิเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือทีมที่ต้องจัดการการแจ้งเตือนสำคัญ คู่มือฉบับครบถ้วนนี้จะพาคุณตั้งค่าและใช้งาน Echobell ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่ออ่านคู่มือนี้จบ คุณจะเข้าใจวิธีสร้างช่องแจ้งเตือน ตั้งค่าทริกเกอร์แบบ webhook และอีเมล ปรับแต่งเทมเพลตการแจ้งเตือน และเชื่อม Echobell เข้ากับเครื่องมือและเวิร์กโฟลว์ที่คุณใช้อยู่

## Echobell คืออะไร

Echobell เป็นเครื่องมือจัดการการแจ้งเตือนที่ทรงพลัง ออกแบบมาสำหรับนักพัฒนา ทีม DevOps และทุกคนที่ต้องการการแจ้งเตือนทันทีที่เชื่อถือได้ มันเชื่อมช่องว่างระหว่างระบบของคุณกับมือถือของคุณ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญไปถึงคุณได้ทันที

**ความสามารถหลัก:**

- **เชื่อมต่อผ่าน Webhook**: เชื่อมกับระบบใดก็ได้ที่ส่งคำขอ HTTP ได้ ทั้งเครื่องมือมอนิเตอร์ ไปป์ไลน์ CI/CD อุปกรณ์ IoT และอื่น ๆ
- **ทริกเกอร์อีเมล**: เปลี่ยนอีเมลใดก็ได้ให้เป็นการแจ้งเตือนทันที เพียงส่งต่อไปยังที่อยู่อีเมลเฉพาะของช่องคุณ
- **เทมเพลตที่ปรับแต่งได้**: ใช้ตัวแปรแบบไดนามิกเพื่อสร้างการแจ้งเตือนที่มีข้อมูลและบริบทครบถ้วน
- **ประเภทการแจ้งเตือนที่ยืดหยุ่น**: เลือกได้ทั้งการแจ้งเตือนปกติ การแจ้งเตือนแบบสำคัญตามเวลา หรือการแจ้งเตือนแบบสายโทรเข้าสำหรับปัญหาวิกฤต
- **ออกแบบโดยให้ความเป็นส่วนตัวมาก่อน**: ประวัติการแจ้งเตือนของคุณอยู่บนเครื่องคุณ ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของเรา
- **ทำงานร่วมกันเป็นทีม**: แชร์ช่องให้เพื่อนร่วมทีมและจัดการสิทธิ์ของผู้ติดตามได้

เรียนรู้เพิ่มเติมว่า [อะไรทำให้ Echobell แตกต่าง](/docs/what-is-echobell) และดู [ภาพรวมฟีเจอร์ทั้งหมด](/docs/features) ของเรา

![ภาพรวมของ Echobell](/images/docs/screenshot-overview.en.webp)

## แนวคิดหลัก

ก่อนจะเริ่มลงมือ มาทำความเข้าใจแนวคิดสำคัญกันก่อน:

### ช่อง

**ช่อง** คือหน่วยหลักใน Echobell สำหรับจัดระเบียบและกระจายการแจ้งเตือน:

- แต่ละช่องมี **ชื่อ** และ **สี** เฉพาะตัว เพื่อให้แยกแยะแหล่งที่มาของการแจ้งเตือนได้ง่าย
- ช่องประกอบด้วย **[เทมเพลตการแจ้งเตือน](/docs/template)** ที่กำหนดว่าจะส่งข้อมูลใดไปยังผู้ติดตาม
- ช่องถูกทริกเกอร์ผ่าน **[webhook](/docs/webhook)** หรือ **[อีเมล](/docs/email-trigger)**
- คุณสร้างช่องของตัวเองได้ หรือจะติดตามช่องที่คนอื่นแชร์ไว้ก็ได้
- แต่ละช่องรองรับ **[เงื่อนไข](/docs/conditions)** เพื่อกรองว่าทริกเกอร์ใดจะส่งการแจ้งเตือนจริง
- ช่องแชร์ได้ผ่านลิงก์ติดตามที่ปลอดภัย ทั้งกับเพื่อนร่วมทีมหรือกับสาธารณะ

ให้นึกภาพช่องเป็นไปป์ไลน์ของการแจ้งเตือน นั่นคือข้อมูลไหลเข้ามาผ่านทริกเกอร์ ถูกจัดรูปแบบด้วยเทมเพลต ถูกกรองด้วยเงื่อนไข แล้วส่งออกไปเป็นการแจ้งเตือนถึงผู้ติดตามทุกคน

### ทริกเกอร์

**ทริกเกอร์** คือสิ่งที่กระตุ้นให้ช่องส่งการแจ้งเตือน Echobell รองรับทริกเกอร์สองวิธี:

- **[Webhook](/docs/webhook)**: ปลายทาง URL ที่เมื่อถูกเรียกผ่าน HTTP GET หรือ POST จะกระตุ้นช่องนั้น เหมาะอย่างยิ่งกับการเชื่อมกับระบบมอนิเตอร์ ไปป์ไลน์ CI/CD ฟังก์ชันแบบ serverless และเครื่องมือใดก็ตามที่ส่งคำขอ HTTP ได้

- **[ทริกเกอร์อีเมล](/docs/email-trigger)**: ที่อยู่อีเมลเฉพาะที่ผูกกับช่อง เมื่อมีอีเมลส่งไปยังที่อยู่นี้ ช่องจะถูกกระตุ้น เหมาะกับการแจ้งเตือนที่อิงอีเมล การส่งต่อข้อความสำคัญ หรือระบบที่รองรับเฉพาะการแจ้งเตือนทางอีเมล

คุณใช้ทริกเกอร์ทั้งสองแบบพร้อมกันในช่องเดียวได้ ทำให้ยืดหยุ่นสูงสุดในการส่งการแจ้งเตือน เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ [การเชื่อมต่อ webhook](/docs/webhook) และ [ทริกเกอร์อีเมล](/docs/email-trigger)

### ประเภทการแจ้งเตือน

เมื่อติดตามช่อง คุณเลือก [รูปแบบการแจ้งเตือน](/docs/notification) ได้หลายแบบ ซึ่งกำหนดว่าการแจ้งเตือนจะปรากฏบนเครื่องคุณอย่างไร:

- **ปกติ (Active)**: การแจ้งเตือนมาตรฐานของแอปที่ปรากฏในศูนย์การแจ้งเตือน เหมาะกับอัปเดตที่ไม่เร่งด่วนและการแจ้งเพื่อทราบ

- **สำคัญตามเวลา**: การแจ้งเตือนความสำคัญสูงที่ทะลุโหมดโฟกัสและโหมดห้ามรบกวนได้ แนะนำสำหรับการแจ้งเตือนสำคัญที่ต้องการความสนใจทันที แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตฉุกเฉิน

- **โทรเข้า**: การแจ้งเตือนแบบสายโทรพร้อมเสียงเรียกเข้าและหน้าจอเต็ม คล้ายกับการรับสายโทรศัพท์จริง จำเป็นสำหรับเหตุการณ์วิกฤตที่ต้องตอบสนองทันที เช่น ระบบโปรดักชันล่มหรือการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย

ประเภทการแจ้งเตือนที่คุณเลือกขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนของเนื้อหาในช่องนั้น หากจำเป็น คุณสามารถติดตามช่องเดียวกันหลายครั้งด้วยประเภทการแจ้งเตือนที่ต่างกันได้ อ่าน [คู่มือละเอียดเรื่องการแจ้งเตือน](/docs/notification) ของเราเพื่อเข้าใจว่าควรใช้แบบใดเมื่อไร

## เริ่มต้นใช้งาน

### 1. ตั้งค่าบัญชีของคุณ

1. ดาวน์โหลด Echobell จาก [App Store](https://apps.apple.com/app/apple-store/id6743597198?pt=128151925&ct=docs-index-th&mt=8) / [Google Play](https://play.google.com/store/apps/details?id=one.echobell.echobellandroid)
2. เปิดแอปแล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยอีเมลของคุณ หรือใช้ Sign in with Apple

![การตั้งค่าบัญชี](/images/docs/screenshot-sign-in.en.webp)

### 2. สร้างช่องแรกของคุณ

1. จากหน้าหลัก ให้แตะปุ่มที่มุมขวาล่างเพื่อไปยังหน้า **ช่อง**
2. แตะปุ่ม **+** เพื่อสร้างช่องใหม่
3. ตั้งชื่อช่องของคุณ (เช่น "Server Alerts")
4. เลือกสีเพื่อใช้ระบุช่องของคุณ
5. ตั้งค่าเทมเพลตการแจ้งเตือน:
   - **เทมเพลตหัวข้อ**: ข้อความที่ปรากฏเป็นพาดหัวของการแจ้งเตือน
   - **เทมเพลตเนื้อหา**: รายละเอียดเนื้อหาของการแจ้งเตือน
6. เลือกได้ว่าจะให้ตัวคุณเองติดตามช่องนี้ด้วยหรือไม่
7. เลือก **ประเภทการแจ้งเตือน** ของช่อง (ปกติ สำคัญตามเวลา หรือโทรเข้า)
8. บันทึกช่องใหม่ของคุณ

![สร้างช่อง](/images/docs/screenshot-create-channel.en.webp)

### 3. ตั้งค่าทริกเกอร์

เมื่อสร้างช่องแล้ว คุณทริกเกอร์การแจ้งเตือนได้สองวิธีคือผ่าน webhook หรืออีเมล ให้แตะที่ช่องที่เพิ่งสร้างเพื่อเข้าสู่หน้าตั้งค่า ในหน้าตั้งค่าช่อง คุณจะพบส่วน **Triggers**

![การตั้งค่าช่อง](/images/docs/screenshot-channel-settings.en.webp)

#### ทริกเกอร์แบบ Webhook

1. แตะปุ่ม **webhook** เพื่อคัดลอก webhook URL ที่ระบบสร้างให้
2. นำ URL นี้ไปเชื่อมกับระบบของคุณ (เช่น ระบบมอนิเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือไปป์ไลน์ CI/CD)
3. เมื่อ URL ถูกเรียก ช่องของคุณจะถูกทริกเกอร์

คุณส่งตัวแปรเข้าเทมเพลตการแจ้งเตือนได้สองวิธี:

```bash
# ตัวอย่างการเรียก webhook ด้วยพารามิเตอร์ใน query
curl -X GET "https://hook.echobell.one/t/<channel-token>?server=production&status=critical&message=CPU%20usage%20at%2095%25"

# หรือส่งเป็น JSON body
curl -X POST https://hook.echobell.one/t/<channel-token> \
  -H "Content-Type: application/json" \
  -d '{"server": "production", "status": "critical", "message": "CPU usage at 95%"}'
```

ตัวแปรเหล่านี้จะถูกนำไปเติมในเทมเพลตการแจ้งเตือนของคุณ ตัวอย่างเช่น หากเทมเพลตหัวข้อของคุณคือ `{{server}} - {{status}}` ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น "production - critical"

**ตัวแปรพิเศษ:**

- `externalLink`: หากคุณใส่ตัวแปรนี้ ระบบจะแสดงเป็นลิงก์ที่คลิกได้ในบันทึกการแจ้งเตือน

#### ทริกเกอร์อีเมล

1. แตะปุ่ม **email** เพื่อคัดลอกที่อยู่อีเมลที่ระบบสร้างให้กับช่องของคุณ
2. เมื่อมีอีเมลส่งไปยังที่อยู่นี้ ช่องของคุณจะถูกทริกเกอร์

เมื่อใช้ทริกเกอร์อีเมล Echobell จะดึงตัวแปรต่อไปนี้ออกจากอีเมลให้โดยอัตโนมัติ:

- `from`: ที่อยู่อีเมลของผู้ส่ง
- `to`: ที่อยู่อีเมลของผู้รับ (อีเมลของช่องคุณ)
- `subject`: บรรทัดหัวข้อของอีเมล
- `text`: เนื้อหาอีเมลแบบข้อความล้วน
- `html`: เนื้อหาอีเมลแบบ HTML

คุณนำตัวแปรเหล่านี้ไปใช้ในเทมเพลตได้ เช่น `{{subject}}` หรือ `{{text}}`

### 4. ปรับแต่งเทมเพลตการแจ้งเตือน

เทมเพลตใช้ตัวแปรที่ถูกเติมค่าจากข้อมูลของทริกเกอร์:

1. ในหน้าตั้งค่าช่อง ให้ไปที่ **เทมเพลตการแจ้งเตือน**
2. สำหรับเทมเพลตหัวข้อ คุณอาจใช้: `{{server}} - {{status}}`
3. สำหรับเทมเพลตเนื้อหา คุณอาจใช้: `{{message}} Detected at {{timestamp}}`
4. ตัวแปรจะอยู่ภายในวงเล็บปีกกาคู่: `{{variable_name}}`
5. ทดสอบเทมเพลตของคุณด้วยข้อมูลตัวอย่าง

### 5. ติดตามช่อง

1. คุณแชร์ลิงก์ติดตามของช่องคุณให้คนอื่นได้
2. หรือใช้ลิงก์ติดตามที่คนอื่นแชร์มาเพื่อติดตามช่องนั้น
3. แตะ **ติดตาม** ในหน้าช่อง
4. ใส่ลิงก์ติดตาม
5. เลือก **ประเภทการแจ้งเตือน** ที่คุณต้องการ:
   - ปกติ สำหรับการแจ้งเตือนทั่วไป
   - สำคัญตามเวลา สำหรับการแจ้งเตือนที่สำคัญ
   - โทรเข้า สำหรับสถานการณ์วิกฤต
6. ยืนยันการติดตามของคุณ

## การตั้งค่าแอป

คุณปรับวิธีที่ Echobell จัดการการแจ้งเตือนได้ผ่านการตั้งค่าเหล่านี้:

- **อ่านเนื้อหาเสียงซ้ำ**: เมื่อใช้การแจ้งเตือนแบบโทรเข้า การตั้งค่านี้จะทำให้ระบบอ่านเนื้อหาการแจ้งเตือนซ้ำ
- **โทรซ้ำเมื่อสายไม่สำเร็จ**: โทรซ้ำอัตโนมัติเมื่อการแจ้งเตือนแบบสายล้มเหลวเพราะโหมดโฟกัสหรือเหตุผลอื่น ๆ

## ความเป็นส่วนตัวและการจัดเก็บข้อมูล

Echobell ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ:

- เซิร์ฟเวอร์ของเราเก็บเฉพาะข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ช่อง และการติดตามเท่านั้น
- เนื้อหาและประวัติการแจ้งเตือนถูกเก็บไว้บนเครื่องของคุณ
- ข้อมูลการแจ้งเตือนของคุณไม่เคยหลุดออกจากการควบคุมของคุณ

## ขั้นตอนถัดไป

ตอนนี้คุณตั้งค่าช่องแรกเรียบร้อยแล้ว ลองสำรวจแหล่งข้อมูลเหล่านี้เพื่อใช้ Echobell ได้เต็มประสิทธิภาพ:

### คู่มือที่ควรอ่าน

- **[Echobell คืออะไร](/docs/what-is-echobell)** - ทำความเข้าใจแนวคิดหลักและปรัชญาเบื้องหลัง Echobell
- **[ภาพรวมฟีเจอร์](/docs/features)** - สำรวจฟีเจอร์และความสามารถทั้งหมดที่มี
- **[คู่มือเทมเพลต](/docs/template)** - เชี่ยวชาญไวยากรณ์เทมเพลตและสร้างการแจ้งเตือนแบบไดนามิก
- **[เงื่อนไข](/docs/conditions)** - เรียนรู้การกรองการแจ้งเตือนตามข้อมูลของทริกเกอร์
- **[การเชื่อมต่อ Webhook](/docs/webhook)** - เจาะลึกการตั้งค่า webhook และแนวปฏิบัติที่ดี
- **[ทริกเกอร์อีเมล](/docs/email-trigger)** - ตั้งค่าทริกเกอร์การแจ้งเตือนที่อิงอีเมล

### คู่มือการเชื่อมต่อ

เชื่อม Echobell เข้ากับเครื่องมือและแพลตฟอร์มยอดนิยม:

- **[เชื่อมต่อ Grafana](/docs/developer/grafana)** - มอนิเตอร์โครงสร้างพื้นฐานของคุณพร้อมการแจ้งเตือนทันที
- **[GitHub Actions](/docs/developer/github)** - รับการแจ้งเตือนอีเวนต์ของไปป์ไลน์ CI/CD
- **[Prometheus](/docs/developer/prometheus)** - ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับเมตริกของ Prometheus
- **[Home Assistant](/docs/developer/home-assistant)** - การแจ้งเตือนจากระบบอัตโนมัติในบ้านอัจฉริยะ
- **[การมอนิเตอร์ Uptime](/docs/developer/uptime-kuma)** - การแจ้งเตือนความพร้อมใช้งานของเว็บไซต์และบริการ
- **[TradingView](/docs/trader/tradingview)** - การแจ้งเตือนการเทรดและความเคลื่อนไหวของตลาด

### แนวปฏิบัติที่ดี

- **เริ่มจากง่าย ๆ**: สร้างช่องพื้นฐานด้วยเทมเพลตเรียบง่ายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อน
- **ทดสอบเทมเพลตของคุณ**: ใช้การเรียก webhook ทดสอบเพื่อยืนยันว่าเทมเพลตแสดงผลถูกต้องก่อนนำไปใช้จริง
- **ใช้เงื่อนไขอย่างชาญฉลาด**: กรองสิ่งรบกวนออกด้วยการตั้งเงื่อนไขบนช่อง ให้แจ้งเตือนเฉพาะอีเวนต์ที่สำคัญ
- **เลือกประเภทการแจ้งเตือนให้เหมาะสม**: สงวนการแจ้งเตือนแบบ "โทรเข้า" ไว้สำหรับเรื่องวิกฤตจริง ๆ เพื่อเลี่ยงอาการชินกับการแจ้งเตือน
- **จัดระเบียบด้วยสี**: ใช้สีของช่องอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้กวาดตาแล้วรู้แหล่งที่มาของการแจ้งเตือนได้ทันที
- **บันทึกรายละเอียดของช่อง**: ใช้บันทึกของช่องเพื่อจดว่าอะไรเป็นตัวทริกเกอร์ และควรรับมืออย่างไร

### กรณีใช้งานที่พบบ่อย

ดูว่าคนอื่นใช้ Echobell กันอย่างไร:

- **มอนิเตอร์เซิร์ฟเวอร์**: รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อการใช้ CPU หน่วยความจำ หรือดิสก์เกินเกณฑ์
- **การแจ้งเตือน CI/CD**: รู้ทันทีเมื่อบิลด์ล้มเหลวหรือการดีพลอยเสร็จสิ้น
- **การแจ้งเตือนอีคอมเมิร์ซ**: รับการแจ้งเตือนคำสั่งซื้อใหม่ ปัญหาการชำระเงิน หรือคำเตือนเรื่องสต็อกสินค้า
- **มอนิเตอร์ความปลอดภัย**: การแจ้งเตือนวิกฤตสำหรับการยืนยันตัวตนที่ล้มเหลว กิจกรรมน่าสงสัย หรืออีเวนต์ด้านความปลอดภัย
- **IoT และบ้านอัจฉริยะ**: การแจ้งเตือนจากเซ็นเซอร์ กล้อง และระบบอัตโนมัติในบ้าน
- **การประสานงานในทีม**: แชร์ช่องให้สมาชิกทีมเพื่อรับมือเหตุขัดข้องร่วมกัน

### ขอความช่วยเหลือ

ต้องการความช่วยเหลือหรือมีคำถามใช่ไหม

- **[ศูนย์ช่วยเหลือ](/docs/support)** - ดูคำถามที่พบบ่อยและคู่มือแก้ปัญหา
- **การสนับสนุนทางอีเมล**: ติดต่อเราที่ echobell@weelone.com
- **คอมมูนิตี้**: ร่วมพูดคุยและแบ่งปันกรณีใช้งานของคุณกับผู้ใช้ Echobell คนอื่น ๆ

พร้อมเชื่อม Echobell เข้ากับระบบของคุณแล้วหรือยัง ลองดู [คู่มือการเชื่อมต่อ webhook](/docs/webhook) ของเรา หรือสำรวจ [การเชื่อมต่อสำหรับนักพัฒนา](/docs/developer/github) เพื่อเริ่มต้นได้เลย!
